บรรยากาศในรถช่วงแรกดูตึงเครียดมาก สายตาของชายหนุ่มที่นั่งเบาะหลังเต็มไปด้วยความกังวล ในขณะที่คนขับกลับสูบบุหรี่อย่างสบายใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น การตัดสลับระหว่างสองตัวละครนี้สร้างความสงสัยได้เป็นอย่างดีว่าพวกเขากำลังหนีอะไร หรือกำลังจะไปทำอะไรบางอย่างในดินสอแห่งความแค้น ที่ทำให้คนดูต้องลุ้นตามทุกจังหวะ
ชอบฉากในห้องประชุมตำรวจมาก ดูเป็นมืออาชีพและจริงจัง การที่ทุกคนจ้องมองจอภาพแล้วเห็นภาพอุบัติเหตุรถตู้ชนรถบรรทุกน้ำมัน ทำให้รู้สึกร่วมไปกับความตกใจของตัวละคร โดยเฉพาะปฏิกิริยาของหัวหน้าทีมที่ทำน้ำหกใส่พื้น แสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์นี้กระทบกระเทือนจิตใจเขาแค่ไหน เป็นพล็อตเรื่องในดินสอแห่งความแค้น ที่ดึงอารมณ์คนดูได้ดีมาก
จังหวะที่หญิงสาวในชุดสีชมพูรับสายแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที บวกกับชายหนุ่มในรถที่เริ่มคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเครียด เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องที่ทำให้รู้ว่าแผนการบางอย่างกำลังดำเนินไป การเชื่อมโยงระหว่างสองฉากนี้ทำได้ดีมาก ทำให้คนดูอยากติดตามต่อว่าใครคือคนอยู่ปลายสายในดินสอแห่งความแค้น และพวกเขากำลังวางแผนอะไรกันอยู่
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่อง เช่น นาฬิกาข้อมือของชายหนุ่มที่เขามองบ่อยๆ บ่งบอกว่าเขาอาจกำลังรอคอยหรือกดดันเรื่องเวลา หรือการที่คนขับสูบบุหรี่แล้วเป่าควันออกมาอย่างช้าๆ แสดงถึงความเย็นชาหรือความเคยชินกับสถานการณ์อันตราย รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ตัวละครในดินสอแห่งความแค้น มีมิติและน่าค้นหาขึ้นมาก
ฉากที่เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วรถตู้พุ่งชนรถบรรทุกน้ำมันจนเกิดระเบิด เป็นฉากที่สร้างความตกใจได้มาก แม้จะเป็นเพียงภาพบนจอในห้องประชุม แต่ปฏิกิริยาของตำรวจทุกคนทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ตรงนั้นด้วย ความรุนแรงของเหตุการณ์นี้คงเป็นจุดเริ่มต้นของปมใหญ่ในดินสอแห่งความแค้น ที่จะทำให้ตัวละครต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่โหดร้าย