บรรยากาศในรถตอนกลางคืนช่างกดดันจนหายใจไม่ออก สายตาของคนขับที่มองผ่านกระจกหลังบอกเล่าความขัดแย้งภายในใจได้ดีมาก ฉากที่ชายชราถูกทำร้ายจนเลือดอาบช่างน่าตกใจและสะเทือนใจสุดๆ เรื่องราวในดินสอแห่งความแค้น ดำเนินเรื่องเร็วมากจนไม่กล้ากระพริบตา เดาว่าคนขับคงมีปมบางอย่างที่ต้องจัดการกับเจ้านายตัวเองแน่ๆ
ฉากในห้องทำงานหรูที่ชายชราสูบซิการ์คุยกับลูกน้อง แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เบ็ดเสร็จ แต่พอตัดภาพมาที่ถนนมืดๆ กลับกลายเป็นเหยื่อทันที ช่างเป็นความย้อนแย้งที่เจ็บปวด การแสดงสีหน้าเจ็บปวดของชายชราตอนนอนกองกับพื้นทำให้รู้สึกสงสารจับใจ ดินสอแห่งความแค้น เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก เปลี่ยนจากคนสั่งการมาเป็นคนที่ไร้ทางสู้ได้ในพริบตา
ชอบฉากที่ชายหนุ่มในชุดสูทเดินคุยโทรศัพท์ในห้องโถงกว้างๆ มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่ ตัดสลับกับฉากขับรถที่ตึงเครียด ทำให้รู้ว่าเรื่องราวนี้น่าจะเกี่ยวกับการแย่งชิงอำนาจหรือธุรกิจมืดๆ แน่นอน พอเห็นรถพยาบาลและตำรวจมาถึงก็ยิ่งยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่ธรรมดา ดินสอแห่งความแค้น สร้างความสงสัยให้คนดูอยากรู้ตอนต่อไปทันที
รายละเอียดเล็กๆ อย่างการที่ชายชราจับลูกประคำในรถ แสดงให้เห็นว่าแม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งแต่ข้างในอาจจะกำลังหวาดกลัวหรือรู้สึกผิดบางอย่าง ฉากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงมาก เลือดที่ไหลออกมาทำให้รู้สึกเจ็บแทนตัวละครจริงๆ การตัดต่อที่สลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบันทำให้เรื่องราวในดินสอแห่งความแค้น มีความลึกซึ้งและน่าติดตามมากขึ้นเรื่อยๆ
รู้สึกเหมือนคนขับกำลังถูกบงการหรือถูกบังคับให้ทำเรื่องไม่ดีบางอย่าง สายตาที่กังวลของเขาตอนมองกระจกหลังบอกทุกอย่างได้โดยไม่ต้องพูด ฉากที่ชายชราสั่งการอย่างดุเดือดในรถ แล้วมาจบที่สภาพบาดเจ็บสาหัสบนถนน มันช่างเป็นวงจรแห่งความรุนแรงที่โหดร้าย ดินสอแห่งความแค้น ไม่ได้นำเสนอแค่การต่อสู้ทางกายภาพ แต่ยังเป็นสงครามทางจิตใจที่ดุเดือดไม่แพ้กัน