บรรยากาศในห้องที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ตและสูตรคณิตศาสตร์ทำให้รู้สึกถึงความกดดันอย่างมหาศาล ตัวละครหลักดูมุ่งมั่นจนน่ากลัว การตัดสลับระหว่างเขากับตำรวจสร้างความสงสัยว่าเขากำลังวางแผนอะไรกันแน่ ดินสอแห่งความแค้น เป็นชื่อที่สื่อถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในปลายปากกานี้ได้ดีมาก อยากรู้ว่าเบื้องหลังความอัจฉริยะนี้มีความเศร้าอะไรซ่อนอยู่
ฉากที่ตำรวจบุกเข้ามาในห้องสร้างความตึงเครียดได้ทันที สีหน้าของตัวละครหลักที่เปลี่ยนจากสมาธิเป็นความตกใจบอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด การปรากฏตัวของหัวหน้าทีมสอบสวนที่ดูเคร่งขรึมยิ่งทำให้สถานการณ์ดูอันตรายขึ้น เรื่องราวใน ดินสอแห่งความแค้น ดูจะซับซ้อนกว่าแค่การแก้โจทย์คณิตศาสตร์ทั่วไปอย่างแน่นอน
การแสดงออกทางสีตาของตัวละครหลักน่าทึ่งมาก ตั้งแต่ความมุ่งมั่นในการคำนวณไปจนถึงความหวาดระแวงเมื่อมีคนอื่นเข้ามาใกล้ ฉากที่เขาเดินออกไปมองต้นไม้ดูเหมือนจะต้องการหาความสงบแต่กลับยิ่งดูเหงาจับใจ ดินสอแห่งความแค้น สะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งความฉลาดก็มาพร้อมกับความโดดเดี่ยวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ฉากในห้องประชุมตำรวจที่ทุกคนจ้องมองหน้าจอด้วยความกังวล บวกกับท่าทางเอาจริงเอาจังของหัวหน้าทีม ทำให้รู้ว่าคดีนี้ไม่ธรรมดา การที่ตัวละครหลักดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับข้อมูลในคอมพิวเตอร์ทำให้เขากลายเป็นจุดสนใจทันที ดินสอแห่งความแค้น ทำให้เราตั้งคำถามว่าเขาคือผู้ร้ายหรือผู้ถูกกระทำกันแน่
ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่อง เช่น นาฬิกาข้อมือที่บอกเวลา หรือแสงไฟสีแดงที่สะท้อนเข้ามาในห้อง สร้างบรรยากาศลึกลับได้ดีมาก การที่ตำรวจต้องใช้อุปกรณ์บันทึกภาพแสดงถึงความระมัดระวังตัวสูง ดินสอแห่งความแค้น ใส่ใจในรายละเอียดฉากที่ทำให้คนดูอินไปกับสถานการณ์ได้ง่ายๆ