ถึงแม้ว่าในเรื่อง เมื่อรักย้อนกลับมา ทั้งคู่จะดูมีระยะห่างระหว่างกัน แต่เคมีระหว่างพวกเขากลับเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด พระเอกดูเป็นผู้ใหญ่และมั่นคง ส่วนนางเอกดูสดใสแต่ซ่อนความทุกข์ไว้ข้างใน ฉากที่เธอพยายามซ่อนโทรศัพท์ไม่ให้เขาเห็น มันทำให้เรารู้สึกถึงความไม่ไว้ใจหรืออาจจะกลัวเขาเป็นห่วง การแสดงออกทางสีหน้าของทั้งคู่ในฉากนี้มันบอกเล่าเรื่องราวได้มากกว่าบทพูดเสียอีก ทำให้เราอยากติดตามต่อว่าความสัมพันธ์นี้จะไปจบที่ไหน
การดำเนินเรื่องใน เมื่อรักย้อนกลับมา ทำได้ดีมากในการเปลี่ยนผ่านอารมณ์ จากฉากที่ดูอบอุ่นในตอนแรก กลับกลายเป็นฉากที่ตึงเครียดเมื่อนางเอกได้รับโทรศัพท์ การที่พระเอกยืนมองเธอด้วยความห่วงใยแต่ไม่เข้าไปแทรกแซงทันที มันแสดงให้เห็นถึงความเคารพในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ฉากสุดท้ายที่เขาค่อยๆ เช็ดน้ำตาให้เธอ มันเหมือนเป็นการบอกว่าเขาจะอยู่ข้างๆ เธอเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นฉากที่จบได้อย่างสวยงามและทิ้งความรู้สึกอบอุ่นไว้ในใจคนดู
ชอบบรรยากาศในเรื่อง เมื่อรักย้อนกลับมา มาก โดยเฉพาะฉากเดินริมแม่น้ำที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันมาก แต่สายตากลับบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมด พระเอกดูเป็นคนที่เก็บความรู้สึกเก่งมาก ส่วนนางเอกก็ดูเปราะบางแต่พยายามเข้มแข็ง ฉากที่พระเอกยื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้เบาๆ มันละมุนจนใจละลายเลยจริงๆ เป็นฉากที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก ทำให้เรารู้สึกถึงความผูกพันที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเขา
สิ่งที่ทำให้เรื่อง เมื่อรักย้อนกลับมา น่าติดตามคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างต่างหูรูปเชอร์รี่ของนางเอกที่ดูน่ารักแต่กลับตัดกับอารมณ์เศร้าๆ ของเรื่อง หรือเสื้อโค้ทสีขาวของพระเอกที่ดูอบอุ่นแต่กลับซ่อนความเย็นชาบางอย่างไว้ การที่นางเอกต้องรับข่าวร้ายจากโรงพยาบาลในขณะที่อยู่กับคนที่รัก มันสร้างความขัดแย้งในอารมณ์ได้ดีมาก ทำให้เราเอาใจช่วยเธอสุดๆ ว่าเธอจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ยังไง
ฉากที่เธอรับสายจากโรงพยาบาลแล้วพยายามกลั้นน้ำตา มันบีบหัวใจมากจริงๆ สายตาของพระเอกที่มองมาด้วยความเข้าใจโดยไม่ต้องถามอะไรเลย มันสื่ออารมณ์ได้ดีสุดๆ ในเรื่อง เมื่อรักย้อนกลับมา ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูซับซ้อนแต่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนวางสายแล้วพยายามยิ้ม ทั้งที่ตาแดงก่ำ มันทำให้คนดูอินไปกับความเจ็บปวดที่เธอต้องแบกรับคนเดียว