PreviousLater
Close

เมื่อรักย้อนกลับมา ตอนที่ 32

like2.6Kchase4.0K

เมื่อรักย้อนกลับมา

หลินชู่โตมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ มีแค่ยายคนเดียวที่ดีกับเธอมาตลอด สมัยเรียนมหาลัยลู่จื่อชูที่แอบชอบเธอคอยช่วยเธอหลายครั้ง แต่ตอนนั้นหลินชู่ก็สายตาสั้น แถมไม่มีเงินตัดแว่นอีกต่างหาก เลยไม่เคยเห็นหน้าเขาชัดๆ จนวันหนึ่งได้เจอกันอีกครั้งโดยบังเอิญ เพราะอยากช่วยยาย เธอเลยวางแผนหลอกเขา แต่ลู่จื่อชูดันรู้ทัน แถมยังใช้แผนของเธอกลับมาหลอกเธออีก แล้วก็แกล้งทำเป็นคนที่โดนหลอกซะเอง
  • Instagram
รีวิวตอนนี้

ตบหน้าแล้วใครจะกล้าสู้

จังหวะที่ผู้ชายในสูทสีเทาตบหน้าผู้หญิงในเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงิน คือจุดพีคที่คนดูต้องกรี๊ด ความเงียบงันของกลุ่มคนรอบข้างสะท้อนสังคมการทำงานได้ดีมาก ใครก็กล้าพูดอะไรเมื่อเจ้านายกำลังอาละวาด แต่แล้วพระเอกในเสื้อเบจก็ปรากฏตัวขึ้นเหมือนฮีโร่ในเทพนิยาย การเดินเข้ามาอย่างมั่นใจและการจัดการปัญหาแบบไม่พูดเยอะทำให้คนดูหายเหนื่อยจริงๆ ฉากนี้ใน เมื่อรักย้อนกลับมา บอกเลยว่าทำออกมาได้สะใจมาก ใครที่ชอบแนวแก้แค้นต้องดู

แฟชั่นในที่ทำงานหรือสนามรบ

ต้องชื่นชมทีมคอสตูมที่เลือกเสื้อผ้าได้ตรงคาแรคเตอร์มาก ผู้ชายในสูทสีเทาใส่เนคไทลายทางดูเป็นผู้บริหารที่เคร่งขรึมแต่แฝงความดุร้าย ส่วนผู้หญิงในเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินดูอ่อนโยนแต่มีความมุ่งมั่น เสื้อเบจของพระเอกดูเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดปักลายดอกไม้ที่สื่อถึงความอ่อนโยนภายใน ฉากในที่จอดรถใต้ดินที่แสงไฟนีออนสะท้อนกับรถหรู ทำให้บรรยากาศดูเย็นชาแต่สวยงาม การแต่งกายของตัวละครในเรื่อง เมื่อรักย้อนกลับมา ช่วยเล่าเรื่องได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเลย

สายตาที่บอกทุกอย่าง

สิ่งที่ชอบที่สุดในคลิปนี้คือการแสดงผ่านสายตาของผู้หญิงในเสื้อเชิ้ตฟ้าที่ยืนจับแขนเพื่อน เธอไม่ได้พูดอะไรเลยแต่สายตาเต็มไปด้วยความกังวลและความสงสารเพื่อนที่ถูกทำร้าย ในขณะที่ผู้หญิงในเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำตาลที่ยืนข้างๆ ก็แสดงออกถึงความตกใจแต่ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง ฉากเหล่านี้ทำให้ฉันนึกถึงความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงานใน เมื่อรักย้อนกลับมา ที่บางครั้งเราก็อยากช่วยแต่ก็กลัวเดือดร้อน การแสดงสีหน้าของนักแสดงทุกคนธรรมชาติมากจนลืมไปเลยว่านี่คือละคร

จากเหยื่อสู่ผู้ชนะในวินาที

ฉากที่ผู้ชายในสูทสีเทาถูกผลักจนล้มลงพื้นคือจุดเปลี่ยนของเรื่อง จากผู้ข่มขู่กลายเป็นผู้ถูกกระทำในพริบตา ความเร็วของเหตุการณ์ทำให้คนดูไม่ทันได้ตั้งตัว ผู้หญิงในเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินที่ยืนมองด้วยสายตาโล่งใจแสดงให้เห็นว่าความยุติธรรมมาถึงแล้ว แม้จะไม่มีคำพูดเยอะแต่การกระทำของพระเอกในเสื้อเบจพูดแทนทุกอย่าง ฉากนี้ใน เมื่อรักย้อนกลับมา สอนเราว่าอย่าดูถูกคนที่ดูอ่อนแอ เพราะเขาอาจมีพลังที่เรามองไม่เห็นก็ได้ การจบฉากแบบนี้ทำให้คนดูอยากติดตามตอนต่อไปทันที

รถหรูกับอำนาจที่มองไม่เห็น

ฉากเปิดด้วยรถเบนทลีย์สีดำเงาวับ ป้ายทะเบียน 9999 ดูเหมือนแค่รายละเอียด แต่จริงๆ แล้วมันคือสัญลักษณ์ของอำนาจที่กดทับทุกคนในที่จอดรถใต้ดิน บรรยากาศตึงเครียดจนหายใจไม่ออก เมื่อผู้ชายในชุดสูทสีเทาเริ่มแสดงอำนาจข่มขู่ผู้หญิงในเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงิน มันทำให้ฉันนึกถึงฉากสำคัญในเรื่อง เมื่อรักย้อนกลับมา ที่ความรวยมักมาพร้อมกับความโหดร้าย การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครประกอบช่างสมจริงมาก เหมือนเราไปยืนมุงดูเหตุการณ์จริงเลย