การตั้งค่าฉากในงานเลี้ยงที่มีคนมามุงดูทำให้การขอแต่งงานครั้งนี้มีความกดดันมหาศาล แสงไฟและเสียงเพลงที่ควรจะมีความสุขกลับกลายเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ การที่พระเอกพยายามยื้อยุดแต่ฝ่ายหญิงกลับถอยห่าง ทำให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกันที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ใน เมื่อรักย้อนกลับมา ฉากนี้ถ่ายทำได้อารมณ์มาก
ฉากนี้ไม่ใช่แค่การขอแต่งงาน แต่คือการเปิดเผยความจริงที่ทั้งคู่พยายามซ่อนไว้ การที่ฝ่ายหญิงไม่ยอมสวมแหวนและทำท่าทางปฏิเสธชัดเจน บ่งบอกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามีปัญหาใหญ่รออยู่ การแสดงของนักแสดงนำใน เมื่อรักย้อนกลับมา เข้าถึงบทบาทมาก ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังแอบมองชีวิตจริงของคนอื่นอยู่
ชอบการแสดงสีหน้าของนางเอกมาก ไม่ต้องพูดอะไรออกมาก็สื่ออารมณ์ได้หมดจด ความลังเลและความเจ็บปวดในดวงตาคือจุดขายของเรื่องนี้จริงๆ ฉากที่เธอถือดอกไม้แล้วมองแหวนด้วยสายตาว่างเปล่าทำให้เรารู้สึกถึงความขัดแย้งในใจตัวละคร การดำเนินเรื่องใน เมื่อรักย้อนกลับมา เร็วแต่ไม่รีบร้อน ให้เวลาคนดูได้ซึมซับอารมณ์
ใครจะคิดว่าฉากขอแต่งงานสุดโรแมนติกจะจบลงด้วยการทิ้งแหวนลงพื้น พระเอกที่ดูมุ่งมั่นกลับถูกปฏิเสธอย่างเจ็บปวด ส่วนนางเอกก็ดูมีปมบางอย่างที่ยังไม่เปิดเผย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ใน เมื่อรักย้อนกลับมา ดูซับซ้อนกว่าที่เห็นตอนแรก ฉากจบที่พระเอกยืนงงกลางวงล้อมเพื่อนร่วมงานคือโมเมนต์ที่จำไม่ลืมเลย
ฉากขอแต่งงานที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่าหนักมาก เมื่อพระเอกยื่นแหวนให้แต่ฝ่ายหญิงกลับทำหน้าเศร้าจนคนดูใจสลาย บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความกดดันและสายตาจับจ้องจากเพื่อนร่วมงาน ทำให้ฉากนี้ใน เมื่อรักย้อนกลับมา ดูสมจริงและบีบหัวใจสุดๆ อยากรู้ว่าเธอจะตอบรับหรือปฏิเสธกันแน่