ต้องยอมรับว่าเคมีระหว่างคู่พระนางในเรื่องเมื่อรักย้อนกลับมา นั้นแรงมาก แค่ฉากในห้องน้ำฉากเดียวก็ทำเอาคนดูจิกหมอนกันไม่หยุด การสัมผัสที่ดูรุนแรงแต่แฝงความห่วงใย สายตาที่มองกันเหมือนจะกินกันทั้งเป็น มันสื่อถึงความรักที่อัดอั้นมานานได้ดีจริงๆ ฉากจูบที่ตัดสลับกับภาพความทรงจำในอดีตยิ่งทำให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันซับซ้อนแค่ไหน อยากรู้ว่าอดีตที่เจ็บปวดจะส่งผลต่อปัจจุบันอย่างไร
ชอบวิธีการเล่าเรื่องในเมื่อรักย้อนกลับมา ที่ใช้การตัดภาพระหว่างปัจจุบันกับอดีตได้อย่างแนบเนียน ฉากที่ทั้งคู่กำลังจะเสียควบคุมให้กัน ดันมีโทรศัพท์จากแม่โทรเข้ามาตัดจังหวะพอดี มันเหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าความจริงกำลังจะเข้ามาทำลายความฝัน การแสดงสีหน้าของนางเอกตอนที่รับสายมันสื่อถึงความกลัวและความผิดชอบได้ดีมาก ทำให้คนดูเอาใจช่วยว่าเธอจะจัดการกับปัญหาตรงหน้ายังไง
สิ่งที่ทำให้เมื่อรักย้อนกลับมา น่าสนใจคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นแหวนที่นิ้วของนางเอก หรือรอยยิ้มมุมปากของพระเอกที่ดูเจ็บปวดเวลาอยู่ใกล้เธอ ฉากในห้องน้ำที่ดูเหมือนจะร้อนแรง แต่จริงๆ แล้วมันเต็มไปด้วยความเปราะบางของทั้งสองคน การที่เธอพยายามผลักเขาออกแต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ มันแสดงให้เห็นว่าหัวใจมันสั่งการไม่ได้จริงๆ งานภาพและแสงสีทำออกมาได้สวยงามและสื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน
ดูเมื่อรักย้อนกลับมา แล้วรู้สึกว่าแค่ตอนต้นเรื่องก็ปูปมไว้เยอะมากแล้ว ฉากที่นางเอกนั่งกอดเข่าคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้ากังวล มันทำให้รู้ว่าเรื่องราวน่าจะซับซ้อนกว่าแค่เรื่องความรักสามเส้าธรรมดา การที่เธอต้องมาเจอพระเอกในสถานการณ์แบบนี้ อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ชีวิตเธอต้องพลิกผัน อยากรู้ว่าแม่โทรมาเรื่องอะไร และทำไมเธอถึงดูกลัวขนาดนี้ ติดตามต่อในแอปเน็ตชอร์ตได้เลย
ฉากเปิดเรื่องในเมื่อรักย้อนกลับมา ช่างดึงอารมณ์คนดูได้ทันที แค่เสียงน้ำไหลกับสายตาที่หลบกันก็รู้แล้วว่ามีความสัมพันธ์ซ่อนอยู่ การที่เธอเข้าไปในห้องน้ำแล้วเจอเขาในสภาพนั้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน บรรยากาศอึมครึมกับแสงสลัวช่วยขับเน้นความตึงเครียดได้ดีมาก อยากรู้ต่อว่าทำไมเธอถึงต้องมาเจอเขาในเวลานี้ และโทรศัพท์ที่ดังขึ้นตอนท้ายจะนำพาไปสู่จุดหักมุมอะไรต่อไป