ชอบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างบทสนทนาระหว่างนางเอกกับหญิงรับใช้ในช่วงต้นเรื่อง มันเหมือนเป็นการปูพื้นว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ ก่อนที่ฉากสำคัญจะเกิดขึ้น การที่นางเอกต้องเดินเข้าไปในห้องนั้นทั้งที่รู้สึกลังเล แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันที่เธอต้องเผชิญ ในเมื่อรักย้อนกลับมา ฉากนี้ถือว่าทำได้ดีมากในการสร้างความสงสัยให้คนดูอยากรู้เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด
แค่ฉากที่พระเอกใส่เสื้อคลุมแล้วเดินออกมา ก็สัมผัสได้ถึงพลังความดึงดูดระหว่างคู่พระนางทันที สายตาที่พระเอกมองนางเอกมันมีความหมายซ่อนอยู่มากมาย ไม่ใช่แค่ความประหม่าแต่ดูเหมือนจะมีความคุ้นเคยหรือความทรงจำบางอย่างร่วมกัน การที่พระเอกยิ้มมุมปากตอนเห็นนางเอกทำท่าทางเขินอาย ยิ่งทำให้คนดูจิกหมอนรอตอนต่อไป ในเมื่อรักย้อนกลับมา เรื่องนี้เคมีตัวละครนำคือจุดขายที่แท้จริง
สิ่งที่ทำให้เมื่อรักย้อนกลับมา น่าสนใจคือการตัดสลับระหว่างฉากปัจจุบันกับฉากความทรงจำหรือจินตนาการบนเตียงนอน ช่วงเวลาที่นางเอกนอนมองพระเอกด้วยสายตาอ่อนโยน มันขัดแย้งกับฉากก่อนหน้านี้ที่เธอทำท่าทางตกใจมาก การเปลี่ยนอารมณ์แบบนี้ทำให้ตัวละครมีมิติมากขึ้น ไม่ใช่แค่ความเขินอายธรรมดา แต่ดูเหมือนจะมีปมในอดีตที่ซับซ้อนรอการเปิดเผย คนดูอย่างเราเลยต้องตามลุ้นกันต่อ
ฉากที่พระเอกคุยโทรศัพท์ด้วยรอยยิ้มในขณะที่นางเอกยืนมองด้วยความรู้สึกสับสน เป็นฉากที่บอกเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ มันสื่อให้เห็นว่าพระเอกอาจจะมีแผนการบางอย่างหรือกำลังติดต่อกับใครบางคนที่เกี่ยวข้องกับปมปัญหา ในเมื่อรักย้อนกลับมา การดำเนินเรื่องแบบนี้ทำให้คนดูต้องคอยจับผิดทุกการกระทำของตัวละคร ว่าใครกันแน่ที่กำลังปิดบังอะไรอยู่บ้าง ดูแล้วสนุกจนไม่อยากกระพริบตา
ฉากเปิดเรื่องในเมื่อรักย้อนกลับมา ทำเอาคนดูใจเต้นแรงตามนางเอกที่เดินเข้าไปเจอพระเอกในสภาพกึ่งเปลือย! การแสดงออกทางสีหน้าของนางเอกที่รีบเอามือปิดตาแล้วแอบมองผ่านนิ้วช่างน่ารักและสมจริงมาก บรรยากาศในห้องที่ดูหรูหราแต่กลับมีความตึงเครียดซ่อนอยู่ ทำให้เราอยากรู้ต่อทันทีว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นยังไงกันแน่ ดูในเน็ตชอร์ตแล้วติดหนึบไม่ยอมวางมือถือเลย