ฉากเปิดเรื่องในซีรีส์ เมื่อรักย้อนกลับมา ทำได้ดีมากในการสร้างบรรยากาศความตึงเครียดระหว่างตัวละคร การที่พระเอกยืนมองนางเอกด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะขึ้นรถเบนทลีย์คันหรูไปพร้อมพระรอง ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดแทนนางเอกทันที การแสดงสีหน้าของนางเอกที่พยายามเก็บอาการแต่แววตากลับบอกความเจ็บปวด ช่างสมจริงจนน่าใจหาย เป็นฉากที่บ่งบอกความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนได้ดีโดยไม่ต้องใช้คำพูดเยอะ
ชอบฉากในรถมากที่สุดในเรื่อง เมื่อรักย้อนกลับมา ช่วงนี้ การที่ตัวละครนั่งอยู่ในรถคันเดียวกันแต่ไม่มีใครยอมพูดก่อน มันสื่อถึงความห่างเหินได้ดีสุดๆ พระเอกพยายามทำตัวสบายแต่สายตาก็แอบมองนางเอกตลอดเวลา ส่วนนางเอกก็พยายามหันหน้าหนีแต่ก็เผลอมองกลับทุกที ความอึดอัดนี้ทำให้คนดูอย่างเราต้องจ้องหน้าจอไม่กระพริบตา รอว่าใครจะยอมเปิดปากพูดก่อนกันแน่ เป็นการเล่นกับอารมณ์คนดูที่เก่งมาก
สิ่งที่ทำให้ซีรีส์ เมื่อรักย้อนกลับมา น่าติดตามคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นการที่นางเอกจัดผมหรือขยับตัวเล็กน้อยในรถ แสดงให้เห็นว่าเธอไม่สบายใจแค่ไหน หรือแววตาของพระเอกที่เปลี่ยนจากเย็นชาเป็นอ่อนโยนเมื่อไม่มีใครเห็น การแสดงออกทางสีหน้าของนักแสดงนำทั้งสองคนละเอียดอ่อนมาก ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังแอบมองชีวิตจริงของพวกเขาผ่านหน้าจอ เป็นงานแสดงที่ทรงพลังและน่าประทับใจจริงๆ
ฉากขับรถในซีรีส์ เมื่อรักย้อนกลับมา สร้างความสงสัยให้คนดูได้มากทีเดียว ทำไมพระรองถึงต้องมาขับรถให้ แล้วพระเอกกับนางเอกเคยมีความสัมพันธ์อะไรกันมาก่อน บรรยากาศในรถที่เงียบสงัดแต่เต็มไปด้วยสายตาที่แลกเปลี่ยนกัน มันทำให้เราอยากขุดคุ้ยอดีตของตัวละครเหล่านี้มากๆ การดำเนินเรื่องที่ค่อยๆ เผยปมผ่านสีหน้าและการกระทำ แทนที่จะบอกตรงๆ ทำให้เรื่องน่าติดตามและน่าค้นหาอย่างยิ่ง
ต้องยอมรับว่าภาพในซีรีส์ เมื่อรักย้อนกลับมา สวยงามมาก ทั้งชุดของนางเอกที่ดูดีมีระดับ รถหรู และสถานที่ถ่ายทำที่ดูแพง แต่เบื้องหลังความสวยงามนั้นคือความเจ็บปวดของตัวละคร นางเอกที่ต้องนั่ง рядомกับคนที่เคยรักแต่ตอนนี้ต้องทำตัวเหมือนคนแปลกหน้า พระเอกที่พยายามทำตัวเข้มแข็งแต่แววตากลับอ่อนโยน ความขัดแย้งระหว่างภาพที่สวยงามกับอารมณ์ที่เจ็บปวด ทำให้ฉากนี้มีพลังและน่าจดจำมาก