ชอบมากที่เรื่องเมื่อรักย้อนกลับมา ไม่เดินตามสูตรเดิมๆ ที่ตัวเอกต้องร้องไห้ขอความเห็นใจ แต่ฉากนี้แสดงให้เห็นว่าความเงียบบางครั้งน่ากลัวกว่าเสียงตะโกน สายตาของนางเอกที่มองไปยังผู้ชายในชุดสูทขาวบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดว่าเธอไม่ได้มาตัวคนเดียว การตัดสลับระหว่างความดูถูกของเพื่อนร่วมงานกับความมั่นใจของผู้ชายชุดขาวทำให้รสชาติของดราม่าออฟฟิศนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
ฉากนี้ในเมื่อรักย้อนกลับมา สอนให้รู้ว่าอย่าตัดสินคนจากภายนอก เพื่อนร่วมงานสองคนที่ทำท่าทางดูถูกเหยียดหยามคงไม่คิดว่าคนที่พวกเขากำลังรังแกจะมีเบื้องหลังขนาดนี้ การที่ รปภ. เดินถือกล่องเข้ามาดูเหมือนจะเป็นจุดจบ แต่จริงๆ แล้วคือจุดเริ่มต้นของการ lậtโต๊ะ ฉากนี้ถ่ายทำได้อารมณ์มาก โดยเฉพาะสีหน้าเปลี่ยนจากเหยียดเป็นตกใจของสาวๆ ในออฟฟิศ
แค่เห็นผู้ชายในชุดสูทขาวเดินเข้ามาในเมื่อรักย้อนกลับมา ก็รู้ทันทีว่างานนี้เพื่อนร่วมงานซวยแน่ๆ การแต่งตัวที่ดูโดดเด่นท่ามกลางออฟฟิศธรรมดาๆ สื่อถึงสถานะที่แตกต่างอย่างชัดเจน ฉากนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้ดีมาก จากที่รู้สึกอึดอัดแทนนางเอก ก็เปลี่ยนมาเป็นความสะใจเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนที่เคยดูถูกเธอ การเดินเข้ามาแบบไม่รีบร้อนแต่ทรงพลังทำให้ตัวละครนี้มีเสน่ห์สุดๆ
ต้องชมทีมสร้างของเมื่อรักย้อนกลับมา ที่เก็บรายละเอียดบรรยากาศออฟฟิศได้สมจริงมาก ป้ายแผนกปฏิบัติการ โต๊ะทำงานที่รกนิดๆ หรือแม้แต่ชุดยูนิฟอร์มของ รปภ. ล้วนช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ ฉากการเผชิญหน้ากันตรงทางเดินทำให้รู้สึกเหมือนเราไปยืนมุงดูเหตุการณ์จริงๆ ด้วยตัวเอง ความตึงเครียดที่ค่อยๆ ไต่ระดับจนระเบิดออกมาตอนจบฉาก ทำให้คนดูอย่างเราติดหนึบจนไม่อยากกดข้าม
ฉากเปิดเรื่องในเมื่อรักย้อนกลับมา สร้างความตึงเครียดได้ทันทีด้วยสีหน้าหวาดกลัวของนางเอกที่ถูกเพื่อนร่วมงานรุมกดดัน บรรยากาศในแผนกปฏิบัติการดูอึดอัดจนน่าหายใจไม่ออก การปรากฏตัวของ รปภ. ที่ถือกล่องมาส่งยิ่งตอกย้ำความพ่ายแพ้ แต่จุดพีคคือผู้ชายในชุดสูทขาวที่เดินเข้ามาเปลี่ยนเกมทั้งหมด ทำให้คนดูอย่างเราต้องลุ้นว่าเธอจะแก้แค้นได้อย่างไร