ชอบฉากนี้มากตรงที่ไม่ต้องมีการตะโกนด่าทอ แต่ใช้สายตาและการนิ่งเงียบสื่อสารอารมณ์ได้ทรงพลัง หญิงสาวในชุดสีม่วงพยายามจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกตัดบทหรือถูกมองข้ามไป ความรู้สึกอึดอัดมันทะลุออกมาจากหน้าจอเลย ดูแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครมาก อยากรู้ว่าเธอจะทนกับบรรยากาศแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน ใน เมื่อรักย้อนกลับมา ฉากนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญแน่นอน
ฉากเสิร์ฟอาหารนี่คือพีคมาก! ไวน์ราคาแพงและอาหารทะเลระดับพรีเมียมถูกวางลงบนโต๊ะ แต่ไม่มีใครกล้าลงมือกินอย่างมีความสุข มันเหมือนอาหารเหล่านี้เป็นเครื่องมือในการข่มขวัญมากกว่าการเลี้ยงต้อนรับ ชายในชุดสูเทคสีเทาดูเหมือนจะเป็นคนคุมเกม ในขณะที่ชายหนุ่มชุดขาวดูจะพยายามประคองสถานการณ์ไว้ การดำเนินเรื่องใน เมื่อรักย้อนกลับมา ฉากนี้ทำออกมาได้ละเอียดอ่อนมาก
ดูแล้วรู้สึกแทนหญิงสาวในเสื้อกันหนาวลายหมีมาก เธอพยายามจะสร้างบรรยากาศดีๆ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจหรืออาจจะถูกมองว่าเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น การที่ชายชราเดินเข้ามาพร้อมบริวารยิ่งทำให้ลำดับชั้นในวงสนทนาชัดเจนขึ้น ใครมีอำนาจ ใครไม่มีอำนาจ ดูออกทันทีจากปฏิกิริยาของทุกคน เป็นฉากที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนใน เมื่อรักย้อนกลับมา ได้ดีมาก
ห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างสวยงามกลับกลายเป็นสถานที่ที่อึดอัดที่สุดสำหรับตัวละครบางตัว โดยเฉพาะหญิงสาวในเสื้อคลุมสีเทาที่ดูเหมือนจะพยายามกลั้นน้ำตาหรือความโกรธไว้ การที่ทุกคนต่างจ้องมองกันและกันโดยไม่ยอมพูดความจริงออกมา มันสร้างความรู้สึกอึดอัดให้คนดูอย่างเราๆ มาก อยากให้ฉากนี้จบลงด้วยการระเบิดอารมณ์ออกมาสักที เพื่อคลายความกดดันนี้ลงบ้าง ใน เมื่อรักย้อนกลับมา ฉากนี้คือจุดพีคของอารมณ์
บรรยากาศในงานเลี้ยงดูหรูหราแต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะสีหน้าของหญิงสาวในเสื้อคลุมขนสัตว์ที่ดูไม่สบายใจเอาเสียเลย เหมือนเธอจะถูกจับตามองจากทุกคนรอบโต๊ะ การเข้ามาของชายชราพร้อมอาหารจานหรูอย่างปูและปลา ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูเป็นการเมืองมากขึ้น ใครกันแน่คือเจ้าของงานตัวจริงกันนะ เรื่องราวใน เมื่อรักย้อนกลับมา ช่างน่าติดตามจริงๆ