ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจละลายทันทีเมื่อเห็นแมวขาวขนปุยตัวน้อยแอบมองการประชุมลับของเหล่าขุนนาง แต่สิ่งที่ทำให้ขนลุกคือดวงตาสีทองของชายชุดแดงที่ดูเหมือนจะรู้ทุกอย่าง การตัดสลับระหว่างความตึงเครียดทางการเมืองกับความน่ารักของมารใหญ่ขนปุกปุย สร้างอารมณ์ที่ขัดแย้งแต่ลงตัวมาก คนดูอย่างเราแทบไม่อยากรู้เรื่องการเมืองแล้ว อยากดูแค่แมวกับท่านประมุขเล่นกันทั้งวันเลยจริงๆ
ใครจะคิดว่าแมวตัวเล็กๆ จะกลายเป็นจุดสนใจของเรื่องราวทั้งหมดได้ขนาดนี้ ฉากที่แมวกระโดดเข้าไปในห้องประชุมแล้วทุกคนหยุดพูดทันทีมันตลกมาก แต่พอเห็นแววตาของชายชุดแดงเปลี่ยนไปเป็นสีทองก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมารใหญ่ขนปุกปุย ดูเหมือนจะมากกว่าเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงธรรมดาๆ มันมีความผูกพันบางอย่างที่ลึกซึ้งจนน่าประหลาดใจ
ดูแล้วอดยิ้มไม่ได้เวลาที่เห็นท่านประมุขผู้ดูน่าเกรงขามต้องมาเล่นกับแมวขาวตัวน้อย ฉากที่เขานอนหลับแล้วแมวมาคลอเคลียอยู่ข้างๆ มันช่างอบอุ่นจนใจละลาย แม้ภายนอกจะดูเป็นเรื่องราวของการแก่งแย่งอำนาจ แต่หัวใจของเรื่องกลับอยู่ที่ความบริสุทธิ์ของมารใหญ่ขนปุกปุย ที่ทำให้ตัวละครที่ดูเย็นชาที่สุดยังต้องอ่อนโยนลงได้
บรรยากาศในตอนกลางคืนของเรื่องทำได้ดีมาก แสงเทียนที่ส่องสลัวกับเงาของตัวละครสร้างความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา โดยเฉพาะฉากที่แมวขาวเดินผ่านห้องสมุดแล้วหยุดมองอะไรบางอย่าง มันทำให้คนดูสงสัยว่ามันเห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็น มารใหญ่ขนปุกปุย ดูเหมือนจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดเผยความลับทั้งหมดของวังแห่งนี้ในไม่ช้า
พัฒนาการของตัวละครแมวในเรื่องนี้ทำได้น่าทึ่งมาก จากแค่สัตว์เลี้ยงธรรมดาๆ ค่อยๆ กลายเป็นส่วนสำคัญของเรื่องราว ฉากที่มันวิ่งเล่นบนหลังคาวังตอนพระอาทิตย์ขึ้นสวยงามจนหยุดหายใจได้ มันไม่ใช่แค่ฉากสวยๆ แต่สื่อถึงอิสรภาพและความหวัง มารใหญ่ขนปุกปุย กำลังจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าที่ใครๆ คิด