ฉากกินปลาในตอนแรกดูมีความสุขมาก แต่พอเห็นหยกสีเขียวตกพื้นเท่านั้นแหละ อารมณ์เปลี่ยนทันที! สีหน้าของตัวละครผมขาวจากยิ้มกว้างกลายเป็นหวาดกลัวสุดขีด ช่างแสดงอารมณ์ได้ละเอียดอ่อนจริงๆ การตัดต่อระหว่างความสงบกับความตึงเครียดทำได้ดีมาก ดูแล้วลุ้นจนตัวเกร็ง เรื่องราวในมารใหญ่ขนปุกปุย ช่วงนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อยากดูต่อว่าหยกแท่งนี้จะนำไปสู่จุดจบแบบไหน
ชอบโมเมนต์ที่ตัวละครผมดำเก็บหยกขึ้นมาแล้วเปลี่ยนท่าทีทันที จากเพื่อนร่วมโต๊ะกลายเป็นผู้คุมเกม สายตาคมกริบที่จ้องมองอีกฝ่ายทำให้ขนลุกซู่เลย การแสดงออกทางสีหน้าไม่ต้องใช้คำพูดก็สื่อความหมายได้ชัดเจนมาก ฉากนี้ในมารใหญ่ขนปุกปุย บอกเลยว่าพีคมาก บรรยากาศในห้องอาหารที่เดิมทีอบอุ่น กลับกลายเป็นเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที ช่างเป็นงานสร้างที่ใส่ใจรายละเอียดจริงๆ
ไม่น่าเชื่อว่ามื้ออาหารจะจบลงแบบนี้ได้ ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะดีกลับหักมุมเร็วมากตอนที่เห็นของสำคัญตกพื้น ตัวละครผมขาวพยายามอธิบายด้วยท่าทางตื่นตระหนก ส่วนอีกฝ่ายกลับยิ้มเยาะอย่างเย็นชา ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตรงนี้ทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย ดูมารใหญ่ขนปุกปุย แล้วรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในเหตุการณ์จริงเลย การแสดงของนักแสดงทั้งคู่สมจริงมากจนลืมไปว่าเป็นแค่ฉากแสดง
แค่แท่งหยกสีเขียวแท่งเดียวที่สามารถเปลี่ยนบรรยากาศทั้งฉากได้จริงๆ จากแสงสลัวๆ ในห้องอาหาร พอหยกปรากฏขึ้นแสงก็ดูมีมิติมากขึ้น สัญลักษณ์ของอำนาจหรือความลับบางอย่างที่ถูกเปิดเผย ฉากนี้ในมารใหญ่ขนปุกปุย ทำให้เราสงสัยว่าจริงๆ แล้วตัวละครผมขาวซ่อนอะไรไว้กันแน่ การที่อีกฝ่ายหยิบขึ้นมาแล้วท่าทีเปลี่ยนไปทันที บ่งบอกว่าเรื่องนี้ใหญ่กว่าที่คิดมาก คนดูอย่างเราๆ ก็ได้แต่เดาไปต่างๆ นานา
ตัวละครผมขาวดูสวยสง่าในชุดสีขาวและเครื่องประดับทอง แต่พอเกิดเรื่องขึ้นความเปราะบางก็ปรากฏออกมาทันที น้ำตาที่เริ่มคลอเบ้าและมือที่สั่นเทาแสดงถึงความหมดทางสู้ได้ชัดเจนมาก การแต่งกายที่ดูหรูหราตัดกับความอ่อนแอภายในใจได้อย่างลงตัว ดูมารใหญ่ขนปุกปุย แล้วรู้สึกสงสารตัวละครนี้จริงๆ หวังว่าคงมีจุดพลิกผันให้กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง ไม่อยากเห็นภาพคนสวยต้องร้องไห้แบบนี้เลย