บรรยากาศในห้องน้ำชาช่างตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก การจ้องตากันระหว่างชายชุดม่วงกับชายสวมหน้ากากดำเต็มไปด้วยนัยยะซ่อนเร้น เหมือนต่างฝ่ายต่างกำลัง试探กันอยู่ ดูแล้วรู้สึกเหมือนกำลังชมละครเวทีชั้นดีที่ทุกการเคลื่อนไหวมีความหมาย ในมารใหญ่ขนปุกปุย ฉากนี้ทำออกมาได้สมจริงมาก แสงเทียนที่สั่นไหวช่วยเสริมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี อยากรู้เหลือเกินว่าเบื้องหลังหน้ากากนั้นคือใครกันแน่
ชอบมุมกล้องที่จับรายละเอียดดวงตาสีม่วงของตัวละครหลักมาก มันสื่อถึงความมุ่งมั่นและความกังวลในเวลาเดียวกัน ส่วนชายชุดดำก็น่าค้นหาด้วยท่าทางที่นิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยพลัง การดื่มชาในฉากนี้ไม่ใช่แค่การดื่มธรรมดา แต่เหมือนเป็นการประลองยุทธ์ทางจิตวิญญาณ ดูมารใหญ่ขนปุกปุย แล้วรู้สึกอินไปกับบรรยากาศลึกลับนี้จริงๆ อยากให้ฉากต่อไปเฉลยปมให้เร็วขึ้น
ฉากนี้แทบไม่มีบทสนทนาแต่กลับสื่อสารเรื่องราวได้มหาศาล การใช้เสียงประกอบเบาๆ อย่างเสียงวางถ้วยชาหรือเสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง ช่วยสร้างอารมณ์ร่วมได้ดีมาก ตัวละครทั้งสองดูเหมือนมีอดีตที่ซับซ้อนต่อกัน การตัดสลับระหว่างภาพกว้างและภาพใกล้ทำให้คนดูไม่เบื่อเลย ในมารใหญ่ขนปุกปุย การเล่าเรื่องแบบนี้ถือว่าเก่งมาก ทำให้คนดูต้องใช้จินตนาการตามไปด้วย
ต้องชื่นชมทีมออกแบบเครื่องแต่งกายจริงๆ ชุดสีม่วงลายทองดูหรูหราและมีอำนาจ ในขณะที่ชุดดำคลุมศีรษะดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เครื่องประดับอย่างสร้อยคอและกำไลทองก็ดูมีมูลค่าและมีความหมายพิเศษ ฉากที่จับมือกันบนดาดฟ้าภายใต้แสงจันทร์ช่างโรแมนติกและเศร้าในเวลาเดียวกัน ดูมารใหญ่ขนปุกปุย แล้วรู้สึกเหมือนได้ย้อนยุคไปในสมัยโบราณจริงๆ สวยงามทุกเฟรม
การใช้แสงเทียนในห้องมืดสร้างเงาที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะเงาของชายสวมหน้ากากที่ทอดยาวบนผนัง ทำให้เขาดูน่ากลัวและลึกลับขึ้นอีกเท่าตัว ส่วนฉากนอกบ้านที่ใช้แสงจันทร์สีฟ้าเย็นก็ช่วยเปลี่ยนอารมณ์จากตึงเครียดเป็นโศกเศร้าได้อย่างแนบเนียน ในมารใหญ่ขนปุกปุย งานภาพระดับนี้หาชมได้ยากจริงๆ ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกอีกใบหนึ่ง