ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจสั่นเมื่อตัวละครผมดำยื่นหยกสีเขียวให้เพื่อนผมขาว แต่กลับกลายเป็นกับดักที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหนีตายกลางดึก บรรยากาศตึงเครียดผสมความโรแมนติกแบบชายรักชายดูแล้วจิกหมอนไม่หยุด การดำเนินเรื่องในมารใหญ่ขนปุกปุย เร็วกระชับไม่ยืดเยื้อ ฉากวิ่งบนหลังคาทำภาพได้สวยงามมาก แสงจันทร์กับชุดสีขาวตัดกันลงตัว ใครชอบแนวแฟนตาซีจีนโบราณต้องไม่พลาดเรื่องนี้เลยจริงๆ
ชอบไดนามิกของสองตัวละครหลักมาก โดยเฉพาะตอนที่พวกเขาแอบมองผ่านหลังคาเข้าไปในห้องที่มีชายชุดดำกับชายชุดม่วงนั่งดื่มชาอยู่ ความสงสัยในแววตาและการสื่อสารด้วยสายตาทำได้ดีมาก ดูแล้วรู้สึกเหมือนเราเป็นสายลับไปกับพวกเขาด้วย ฉากในมารใหญ่ขนปุกปุย ช่วงที่ชายชุดดำเทชานั้นดูน่าเกรงขามเป็นพิเศษ อยากรู้เหลือเกินว่าในถ้วยชานั้นมีอะไรซ่อนอยู่ หรือจะเป็นยาพิษกันแน่
ต้องยกนิ้วให้ทีมสร้างฉากและแสงสีจริงๆ ทุกเฟรมเหมือนภาพวาดจีนโบราณที่มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะฉากตลาดกลางคืนที่โคมไฟสีแดงส่องสว่างไปทั่วถนน ตัดกับชุดสีขาวของตัวละครหลักได้อย่างโดดเด่น การเคลื่อนไหวของตัวละครในมารใหญ่ขนปุกปุย ลื่นไหลสมจริงมาก ตอนวิ่งบนหลังคาเห็นกล้ามเนื้อและผ้าพลิ้วไหวตามลมชัดเจน ดูแล้วเพลินตาจนไม่อยากกระพริบตาเลยสักนิด
จุดพีคที่สุดคือฉากในห้องที่ชายชุดดำสวมหน้ากากกำลังเทชาให้ชายชุดม่วงนั่งดื่ม บรรยากาศอึมครึมและน่าสงสัยมาก อยากรู้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร และชายชุดดำที่นอนอยู่บนเตียงในตอนแรกคือใครกันแน่ เรื่องราวในมารใหญ่ขนปุกปุย ดูจะซับซ้อนกว่าที่คิดไว้ตอนแรก การวางตัวละครแต่ละตัวมีชั้นเชิงมาก อยากรู้ตอนต่อไปว่าหยกเขียวชิ้นนั้นจะมีบทบาทสำคัญอย่างไรในแผนการใหญ่ครั้งนี้
ฉากที่ตัวละครผมขาวถูกหลอกให้รับหยกเขียวแล้ววิ่งหนีออกไป ทิ้งให้ตัวละครผมดำตามมาทีหลัง แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างพวกเขา ทั้งความไว้ใจและความสงสัยปนเปกันไปหมด การแสดงออกทางสีหน้าแม้จะเห็นไม่ชัดแต่ก็สื่ออารมณ์ได้ดีมาก ในมารใหญ่ขนปุกปุย ฉากที่ทั้งสองยืนเคียงข้างกันกลางถนนตอนกลางคืนดูเหงาแต่ก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ดูแล้วใจพองโตจริงๆ