ฉากเปิดเรื่องทำให้ใจสลายทันทีเมื่อเห็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์ต้องมานั่งร้องไห้ข้างกำแพงเก่า ความขัดแย้งระหว่างเครื่องประดับทองคำกับสภาพแวดล้อมที่ทรุดโทรมบอกเล่าเรื่องราวได้ดีมาก การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครหลักในมารใหญ่ขนปุกปุย สื่อถึงความสิ้นหวังที่แท้จริง ดูแล้วรู้สึกจุกอกจนต้องกดหยุดพักหายใจ
ชอบมากตอนที่ตัวละครเดินผ่านตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน แสงสีทองยามเย็นตัดกับชุดสีขาวสะอาดตาทำให้เขาดูโดดเด่นเหมือนเทพเจ้าลงมาเดินดิน แต่สายตาของผู้คนที่มองมากลับเต็มไปด้วยความสงสัยและนินทา ฉากนี้ในมารใหญ่ขนปุกปุย สร้างบรรยากาศอึดอัดได้ดีมาก ทำให้คนดูรู้สึกร่วมไปกับความโดดเดี่ยวของเขา
ฉากที่ทหารสองนายกางดาบขวางทางเข้าวังเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมาก แสงไฟที่สะท้อนใบดาบเย็นชาตัดกับความอบอุ่นของชุดตัวละครหลัก ความรู้สึกถูกปฏิเสธจากบ้านตัวเองมันเจ็บปวดจริงๆ การจัดการมุมกล้องในมารใหญ่ขนปุกปุย ช่วงนี้ทำได้ดีมาก ทำให้เห็นความเปราะบางที่อยู่ภายใต้ความแข็งแกร่ง
สิ่งที่ชอบที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงของสายตาตัวละคร จากที่เคยมีความหวังกลายเป็นความว่างเปล่าเมื่อถูกผลักล้มลงพื้น ฉากใกล้ๆ ที่เห็นน้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่ยอมไหลออกมาแสดงฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก ในมารใหญ่ขนปุกปุย ฉากนี้ทำให้เข้าใจคำว่าศักดิ์ศรีที่แตกสลายได้อย่างชัดเจนที่สุด
ฉากในห้องหนังสือที่มีเทียนจุดอยู่สองเล่มสร้างบรรยากาศลึกลับได้ดีมาก ตัวละครอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ดูเหมือนจะรู้ทุกอย่างแต่ไม่พูดอะไร ความตึงเครียดระหว่างสองตัวละครนี้ในมารใหญ่ขนปุกปุย ทำให้คนดูต้องเดาว่าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ และใครกันแน่ที่เป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมด