ฉากเปิดเรื่องทำเอาใจละลายทันทีเมื่อเห็นท่านมารในชุดแดงตัดกับพื้นหลังวัดเก่าแก่ แต่สิ่งที่ดึงความสนใจที่สุดคือเจ้าแมวขาวขนปุกปุยที่คอยเกาะไหล่ไม่ยอมห่าง สายตาของแมวที่มองเจ้าของเหมือนจะสื่อสารอะไรบางอย่าง ชวนให้สงสัยว่าในมารใหญ่ขนปุกปุย เจ้าแมวตัวนี้จะมีความลับอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครหลักดูเย็นชาแต่แววตากลับอ่อนโยนเวลาจับต้องแมว ช่างเป็นความขัดแย้งที่น่าค้นหาจริงๆ
ตอนที่ตัวละครหลักเปิดจดหมายแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ทำให้คนดูอย่างเราต้องนั่งจ้องหน้าจอไม่กระพริบตา เนื้อหาในจดหมายนั้นสำคัญขนาดไหนกันแน่ ถึงทำให้ท่านมารผู้ทรงพลังยังต้องแสดงอาการตกใจแบบนี้ ฉากที่แมวพยายามปีนขึ้นไปดูจดหมายด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นยิ่งเพิ่มความตึงเครียดให้เรื่องราว ในมารใหญ่ขนปุกปุย ทุกการเคลื่อนไหวของแมวเหมือนจะบอกใบ้ถึงเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้น
ฉากกลางคืนที่พระจันทร์เต็มดวงส่องแสงผ่านหน้าต่างลายฉลุ สร้างบรรยากาศที่ทั้งสวยงามและเหงาจับใจ ท่านมารนั่งกอดแมวขาวอยู่บนเตียง แววตาสีทองสะท้อนแสงจันทร์ดูเศร้าลึกซึ้งจนคนดูต้องกลั้นหายใจ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ในมารใหญ่ขนปุกปุย ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างละเอียดอ่อน โดยเฉพาะตอนที่แมวเอาอุ้งเท้ามาวางบนมือเจ้าของ ช่างเป็นช่วงเวลาที่ทำให้หัวใจพองโต
การถ่ายทำระยะใกล้ที่โฟกัสไปที่ดวงตาสีทองของตัวละครหลักทำเอาขนลุกซู่ แววตานั่นบอกเล่าเรื่องราวมากมายโดยไม่ต้องใช้คำพูดใดๆ ทั้งความโกรธ ความเศร้า และความหวังปนเปอยู่ในนั้นอย่างลงตัว ในมารใหญ่ขนปุกปุย การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครหลักนั้นละเอียดอ่อนมาก โดยเฉพาะตอนที่เขามองแมวแล้วรอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า ช่างเป็นฉากที่ทำให้คนดูรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
ฉากที่แมวขาวเอาอุ้งเท้าวางบนมือของท่านมารเป็นฉากที่ทำให้คนดูใจละลายทันที อุ้งเท้าสีชมพูเล็กๆ ที่ตัดกับผิวขาวของตัวละครหลักสร้างความน่ารักจนแทบทนไม่ไหว ในมารใหญ่ขนปุกปุย ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแมวถูกพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่ตอนที่แมวกระโดดขึ้นไหล่จนถึงการนอนกอดกันในยามค่ำคืน ทุกฉากเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความไว้วางใจที่ค่อยๆ สร้างขึ้น