พล็อตเรื่องในเยียนจือ หักมุมได้เจ็บแสบมาก ตอนแรกนึกว่าจะจบแบบเศร้าๆ แต่พอพระเอกควักแหวนหยกออกมา บรรยากาศเปลี่ยนทันที ทหารที่ดูน่ากลัวกลับคุกเข่าให้หมดเลย พระเอกคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ แค่มีของชิ้นเดียวก็พลิกสถานการณ์จากเหยื่อเป็นผู้คุมเกมได้ ช่างฉลาดและดุดันในเวลาเดียวกัน
ต้องยกนิ้วให้ตัวละครหญิงในชุดสีเขียวอ่อนในเยียนจือ เลย ยืนมองเหตุการณ์ด้วยความสงบ แต่แววตากลับซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้ลึกๆ รอยยิ้มมุมปากตอนเห็นพระเอกโชว์แหวนหยก บอกเลยว่าน่ากลัวมาก ดูเหมือนเธอจะรู้แผนการทั้งหมดและกำลังรอจังหวะนี้มานานแล้ว เป็นตัวละครที่ดูภายนอกอ่อนโยนแต่ภายในร้ายกาจสุดๆ
ฉากที่พระเอกในเยียนจือ ชูแหวนหยกแล้วทหารทั้งกองพลพร้อมใจกันคุกเข่า มันช่างทรงพลังและน่าเกรงขามมาก เสียงดาบกระทบพื้นพร้อมกันสร้างความสะใจให้คนดูสุดๆ แสดงให้เห็นว่าตัวตนที่แท้จริงของเขานั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์คับขันแต่ก็กู้สถานการณ์กลับมาได้ด้วยความน่าเชื่อถือที่มีติดตัว
สีหน้าขององค์ชายในเยียนจือ ตอนเห็นแหวนหยกคือที่สุดของความฮาปนสงสาร จากที่กำลังสั่งการอย่างมั่นใจ จู่ๆ ก็หน้าเหวอปากค้าง ทำอะไรไม่ถูกเลย ความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์นี้ทำให้เห็นชัดเจนว่าพระเอกของเราถือไพ่เหนือกว่าแค่ไหน ฉากนี้ทำให้รู้ว่าอย่าเพิ่งไว้ใจใครในวังหลวงเป็นอันขาด เรื่องราวคงเข้มข้นขึ้นอีกมาก
ฉากเปิดเรื่องในเยียนจือ ช่างบีบหัวใจเหลือเกิน หญิงสาวในชุดฟ้าร้องไห้จนตัวสั่น ส่วนชายชุดดำกลับต้องถือดาบจ่อเธอ ทั้งที่แววตาเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด การแสดงของทั้งคู่ส่งอารมณ์ได้ลึกซึ้งมาก คนดูอย่างเราแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ฉากนี้คือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่คาดเดาไม่ได้เลยจริงๆ