ดูเยียนจือ แล้วต้องยอมรับว่านักแสดงนำมีเคมีที่เข้ากันดีมาก ฉากที่พระเอกเดินเข้ามาหาแล้วนางเอกยิ้มเขินอาย มันทำให้คนดูยิ้มตามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว การแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนจากกังวลเป็นมีความสุขตอนได้จับมือกัน มันละเอียดอ่อนและสมจริงมาก ทำให้เราเชื่อในความรักของคู่นี้ทันทีที่ได้เห็น
ต้องชมทีมตัดต่อและคนถ่ายทำของเยียนจือ ที่เลือกมุมกล้องได้เป๊ะมาก โดยเฉพาะช็อตระยะใกล้ที่จับภาพการสัมผัสและการจ้องตากัน มันดึงอารมณ์คนดูให้จมดิ่งไปกับตัวละครได้ทันที แสงที่ส่องเข้ามาตอนจะจูบกันมันสร้างบรรยากาศโรแมนติกแบบฝันๆ ทำให้ฉากธรรมดาๆ กลายเป็นฉากในตำนานที่ใครดูก็ต้องจำได้ขึ้นใจ
นอกจากเนื้อเรื่องแล้ว เรื่องเครื่องแต่งกายในเยียนจือ ก็ทำออกมาได้วิจิตรบรรจงมาก ชุดสีฟ้าอ่อนของนางเอกตัดกับชุดสีดำของพระเอกได้สวยงามและดูเข้าคู่กัน ฉากหลังที่เป็นประตูไม้และร่มกระดาษสร้างบรรยากาศย้อนยุคที่สมบูรณ์แบบ ทำให้การดูแต่ละฉากเหมือนได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของละครจริงๆ สวยงามไปหมดทุกเฟรม
ดูเยียนจือ ฉากนี้แล้วใจมันพองโตจริงๆ จังหวะที่พระเอกเอื้อมมือมาจับมือนางเอกแล้วค่อยๆ ดึงเข้ามาหาตัว มันช้าแต่ทรงพลังมาก ความเขินอายที่แสดงออกทางสีหน้าของนางเอกมันน่ารักจนอยากกรี๊ด ฉากจบที่ทั้งคู่จูบกันท่ามกลางแสงสว่างมันช่างเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบสำหรับคนโสดที่อยากมีความรักแบบนี้บ้างจริงๆ ค่ะ
ฉากนี้ในเยียนจือ บอกเลยว่าไม่ต้องใช้บทพูดเยอะก็สื่ออารมณ์ได้ครบถ้วน แค่สายตาที่ชายชุดดำมองหญิงสาวก็รู้แล้วว่าเขารักเธอมากแค่ไหน การจับมือเบาๆ แล้วค่อยๆ โอบกอดมันช่างละมุนหัวใจคนดูสุดๆ บรรยากาศในห้องที่ดูขลังช่วยเสริมให้โมเมนต์นี้ดูมีความหมายและน่าจดจำมากจริงๆ ค่ะ