ชอบโมเมนต์ที่ตัวละครในเยียนจือ ยิ้มทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ มันสื่อถึงความสิ้นหวังได้ดีกว่าการร้องไห้โฮเสียอีก ฉากที่เธอเกาะลูกกรงแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ มันช่างน่ากลัวและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน เป็นฉากที่แสดงให้เห็นว่าความเจ็บปวดที่สุดมักจะมาพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว
ดูเยียนจือ แล้วอินมากกับฉากที่หญิงชุดชมพูท้องแก่เดินกับชายหนุ่มอย่างมีความสุข ตัดสลับกับหญิงสาวในคุกที่มองตามด้วยสายตาว่างเปล่า ความแตกต่างของชะตาชีวิตช่างโหดร้าย หญิงสาวในคุกพยายามยิ้มให้ตัวเองแต่สุดท้ายก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ฉากนี้เล่นกับอารมณ์คนดูได้เก่งมาก
ฉากที่หญิงสาวในเยียนจือ เห็นหญิงสูงศักดิ์เดินจากไป แล้วเธอเริ่มสั่นเทาและกัดมือตัวเองเพื่อกลั้นเสียงร้อง มันคือจุดพีคของอารมณ์ที่เก็บกดมาทั้งเรื่อง การแสดงออกทางสีหน้าที่เปลี่ยนจากหวังดีเป็นหมดหวัง ทำเอาคนดูจุกอกไปตามๆ กัน ช่างเป็นฉากที่บีบหัวใจจริงๆ
เยียนจือ สร้างความขัดแย้งได้สุดยอดมาก ระหว่างโลกของหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ที่กำลังจะมีลูกกับชายคนรัก ในสวนสวย กับโลกของหญิงสาวผู้ถูกทิ้งในคุกมืดทึบ ฉากที่หญิงในคุกพยายามทำตัวให้เข้มแข็งโดยยิ้มทั้งน้ำตา มันทำให้เห็นถึงความแตกสลายของจิตใจที่ชัดเจนที่สุด
ฉากเปิดเรื่องในเยียนจือ ช่างตัดกันจนใจสั่น! หญิงสาวในชุดขาวมอมแมมที่ถูกขังในกรงไม้ เปลี่ยนสีหน้าจากหวาดกลัวเป็นยิ้มกว้างอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นหญิงสูงศักดิ์เดินมา แต่พออีกฝ่ายหันหลังให้ รอยยิ้มนั้นก็กลายเป็นความเจ็บปวดที่กลั้นไว้ไม่อยู่ การแสดงสีหน้าของนักแสดงละเอียดอ่อนมาก ทำให้คนดูรู้สึกสงสารจับใจ