ฉากเปลี่ยนมาที่หน้าอาคารหอหงที่มีป้ายสีแดงโดดเด่น กลุ่มชายชุดดำยืนเรียงแถวอย่างน่าเกรงขาม ตัดกับชายอ้วนในชุดม่วงที่พยายามเจรจาแต่ดูจะไม่ได้ผล บรรยากาศภายนอกดูวุ่นวายไม่แพ้ภายใน เรื่องราวในเยียนจือมีการสลับฉากที่รวดเร็วทำให้คนดูต้องตามลุ้นว่ากลุ่มคนเหล่านี้จะบุกเข้าไปทำอะไรข้างในกันแน่ การแต่งกายและฉากหลังทำออกมาได้ละเอียดมาก
ตัวละครชายที่สวมมงกุฎทองมีบุคลิกที่โดดเด่นมาก ทั้งท่าทางที่สั่งการและสายตาที่จ้องมองคู่ต่อสู้ด้วยความไม่พอใจ ดูเหมือนเขาจะเป็นตัวการสำคัญของความขัดแย้งในครั้งนี้ การที่เขาชี้หน้าสั่งทหารให้จัดการอะไรบางอย่างทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีก เยียนจือสร้างตัวละครผู้ร้ายที่มีเสน่ห์และน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับสถานการณ์อันตรายนี้มาก
แม้สถานการณ์จะดูอันตรายแต่ฉากที่ชายชุดดำโอบกอดหญิงสาวในชุดฟ้าไว้แน่นแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง สีหน้าของเธอที่ดูเจ็บปวดแต่พยายามยิ้มให้เขาทำให้ใจคนดูพองโต ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูมีความหลังที่ซับซ้อนและน่าค้นหา การแสดงของนักแสดงนำในเยียนจือคู่นี้เคมีเข้ากันดีมาก ทำให้ฉากดราม่าดูสมจริงและกินใจคนดูอย่างที่สุด
ฉากหลังที่เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยพรมสีแดงและโคมไฟให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในวังหลวงยุคโบราณ ทหารที่ใส่เกราะสีดำยืนถือดาบอยู่รอบห้องเพิ่มความรู้สึกอันตรายให้กับฉากนี้มาก ทุกองค์ประกอบในเยียนจือถูกจัดวางมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชม โดยเฉพาะจังหวะที่ตัวละครหลักต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังติดอาวุธ ทำให้เราเอาใจช่วยพวกเขาอย่างเต็มที่ว่าสุดท้ายแล้วจะรอดไปได้ไหม
ฉากในห้องโถงเต็มไปด้วยความกดดันเมื่อชายชุดดำต้องปกป้องหญิงสาวที่ดูอ่อนแอจากชายสวมมงกุฎที่ดูมีอำนาจ การแสดงออกทางสีหน้าของตัวละครแต่ละคนสื่ออารมณ์ได้ชัดเจนมาก โดยเฉพาะฉากที่หญิงสาวในชุดเขียวมองมาด้วยความเย็นชา ทำให้รู้สึกถึงปมขัดแย้งที่ซ่อนอยู่ เรื่องราวในเยียนจือช่วงนี้เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อยากกระพริบตาเลย